ลองใช้ชีวิตแบบไร้เทคโนโลยีสักวันกัน เอามั๊ย

เอาหละสิมีใครมั้งมั๊ยเนี่ยจะกล้าลองใช้ชีวิตโดยปราศจากเทคโนโลยี มนุษย์เราปัจจุบันถูกปลูกฝังให้ใช้เทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปซะแล้ว จะว่าไปสิ่งเหล่านี้ก็ทำให้เราเกิดความห่างเหินกับคนรัก หรือคนในครอบครัวด้วยนะ เช่น เวลาไปกินข้าวกับแฟนก็ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ โดยไม่สนใจคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า ทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ และเลิกกันในที่สุด อีกเคสก็คือเรื่องความผูกพันธ์กับคนในครอบครัว ที่ยิ่งเกิดความห่างเหินเข้าไปทุกวัน บางบ้านก็กินข้าวไม่พร้อมหน้ากัน เพราะลูกนั่งเล่นเกมส์ แม่ดูหนัง พ่อนั่งเล่นคอมพิวเตอร์ เป็นต้น

ถึงคุณจะบอกว่า “ก็มันเป็นสิ่งจำเป็นหนิ” จะให้ทำได้ง่ายๆได้ยังไงกัน ลองมาดูเรื่องราวของเด็กหนุ่มนักศึกษาอายุ 24 จากชิคาโก้นามว่า Jake Reilly กัน เพราะเขาได้มีทดสอบโปรเจคนี้ไปแล้ว มีชื่อว่า The Amish Project เป็นโปรเจคที่ใช้เวลากว่า 90 วันในการใช้ชีวิตโดยตัดขาดจากเทคโนโลยีการสื่อสารทุกชนิด เขามีจุดประสงค์เพื่อทดสอบตัวเอง และต้องการจะลองกลับไปใช้ชีวิตแบบคนสมัยก่อนที่ไม่ต้องมีเทคโนโลยี ก็สามารถดำเนินชีวิตได้ แล้วตัวเขาหละจะเป็นอย่างไร สาเหตุอีกอย่างที่ทำให้เขาอยากทำโปรเจคก็คือ ความห่างเหินของเพื่อนสนิท ที่เวลานัดเจอกันต่างคนต่างสนใจแต่เทคโนโลยีที่อยู่ในมือของตัวเอง โดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ทำให้เกิดความห่างเหินระหว่างมิตรภาพขึ้น และตัวเขาเองก็เป็นเช่นนี้กับแฟนสาวด้วย เพราะไม่สนใจเธอเท่าที่ควร ไม่ไปเจอหน้าหรือนัดทานข้าวเหมือนคู่อื่นๆ เอาแต่ส่งข้อความไปหา สิ่งนี้ยิ่งทำให้เขาเกิดแรงบันดาลใจที่จะทำมากขึ้นไปอีก

เขาทำทุกอย่างโดยไม่อาศัยเทคโนโลยี เช่น ใช้วิธีเขียนจดหมาย, ทิ้งกระดาษโน๊ตข้อความไว้, เขียนข้อความทิ้งไว้บนพื้นถนนด้วยสีชอล์ค หรือเดินทางไปหาคน ๆ นั้นแทน เขาทำเช่นนี้จนครบ 90 วันก็ทำให้เขาค้นพบว่าชีวิตของเขามีความสุขมากกับการใช้ชีวิตแบบนี้ อีกทั้งยังได้กลับไปคบกับแฟนสาวหลังจากที่ทำโปรเจคเสร็จสิ้นอีกด้วย

เมื่อฟังเรื่องราวของชายคนนี้แล้ว คุณคิดอยากจะทำเหมือนเขาบ้างไหม…? อยากลองใช้ชีวิตเหมือนคนสมัยก่อนดูบ้างหรือเปล่า ลองรับฟัง แยกแยะ หรือจะนำไปปฏิบัติดูก็ได้ เชื่อว่าหลายคนอาจจะได้พบอะไรดีดีเหมือน Jake Reilly อย่างแน่นอน

« »